พัฒนาการและทิศทางการขับเคลื่อน

พัฒนาการ/ทิศทางการขับเคลื่อนขบวนองค์กรชุมชนจังหวัดชุมพร

patanakan

ปี 2551-52 จัดตั้งสภาองค์กรชุมชนและใช้กลไกและภารกิจตาม พ.ร.บ. สภาองค์กรชุมชนเป็นเครื่องมือในการขยายงานระดับตำบล เชื่อมโยงกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พมจ.) ผู้ว่าราชการจังหวัด หน่วยงานราชการต่างๆ สร้างความสัมพันธ์ใหม่ในเชิงความร่วมมือกำหนดการพัฒนาตามแนวทางชุมชนท้องถิ่นจัดการตนเอง

ปี 2553-55 ปรับรูปแบบโครงสร้างเป็น “คณะยุทธศาสตร์ขบวนองค์กรชุมชนจังหวัดชุมพร” เป็นกลไกการขับเคลื่อนภายใต้ที่ประชุมระดับจังหวัดสภาองค์กรชุมชน เพื่อการดำเนินการตามมติที่ประชุมที่สำคัญได้แก่ การเสนอแผนพัฒนาภาคชุมชนสู่แผนยุทธศาสตร์จังหวัด แผนงบประมาณ อบจ. การจัดตั้งกองทุนสวัสดิการชุมชน การแก้ไขปัญหาน้ำเสีย นำเสนอผลการขับเคลื่อนภาคชุมชน

ปี 2556 เชื่อมโยงและขับเคลื่อนร่วมกับ คปจ. มีภาคีที่เป็นหน่วยงานเข้ามาร่วมมากขึ้น ได้แก่ จังหวัดทหารบก/พมจ./พช./กศน./สนง.แผนจังหวัด/ศูนย์ประสานงานป่าไม้ชุมพร/สมัชชาสุขภาพจังหวัด เป็นต้น เพื่อการบูรณาการแผนงานร่วมกัน สู่ จังหวัดจัดการตนเอง

ปี 2557-58 มีการขับเคลื่อนจังหวัดจัดการตนเอง ลงนามปฏิญญาจังหวัดชุมพร 5 ฝ่าย คือ 1. ปลัดจังหวัดชุมพร 2. ผู้แทนสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน 3. ผู้แทนท้องถิ่น 4. ผู้แทนสภาองค์กรชุมชน 5. ผู้แทนสภาพัฒนาการเมืองจัดตั้งโครงสร้างสมัชชาพลเมืองจังหวัดชุมพรอย่างมีส่วนร่วม 366 คน เกิดการบูรณาการแผนยุทธศาสตร์ร่วมกับหน่วยงาน สภาองค์กรชุมชน สภาพัฒนาการเมืองภาคประชาสังคม 6 ยุทธศาสตร์

2559 2560 สมัชชาพลเมือง ผลักดันแผนยุทธศาสตร์ 6 ด้าน สู่การปฏิบัติ 

แนวทางการขับเคลื่อนงานขบวนองค์กรชุมชนจังหวัดชุมพร

ขบวนองค์กรชุมชนจังหวัดชุมพรที่ผ่านมา มีการขับเคลื่อนงานพัฒนามายาวนาน เป้าหมายก็เพื่อให้ชุมชนท้องถิ่นจัดการตนเอง โดยมีสิ่งที่จะสานต่อการดำเนินงานต่อคือ

1. เชื่อมโยงผลักดันให้หน่วยงานระดับจังหวัด นำแผนยุทธศาสตร์ที่เกิดจากการบูรณาการร่วมกันไปสู่การปฏิบัติให้เกิดประ-โยชน์สูงสุดแก่ชุมชนท้องถิ่น
2.พัฒนาแกนนำรุ่นเก่าและแกนนำรุ่นใหม่ ให้มีความเข้าใจในการขับเคลื่อนงานชุมชน ที่จะนำไปสู่การพึ่งตนเองของคนในชุมชน การบูรณาการงานชุมชนร่วมกับท้องถิ่น ภายใต้หลัดคิดชุมชนท้องถิ่นจัดการตนเอง
3. พัฒนายกระดับพื้นที่ตำบลให้สามารถจัดทำแผนยุทธศาสตร์ตำบลที่มีบูรณาการร่วมกับทุกภาคส่วนในพื้นที่ตำบลได้
4. สร้างจิตสำนึกในการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติสิ่งแวดล้อม อนุรักษ์วิถีระบบเกษตรที่ไม่ใช้สารเคมีทำลายสิ่งแวดล้อม และที่ไม่พึ่งปัจจัยการผลิตจากภายนอก โดยเป็นระบบเกษตรแบบพึ่งตนเองได้
5. พัฒนาให้เกิดการเรียนรู้เท่าทันนโยบายของรัฐ เรียนรู้การทำงานร่วมกับหน่วยงานภาคี
6. พัฒนายกระดับงานข้อมูลข่าวสาร  การใช้เทคโนโลยีเพื่อการจัดการข้อมูลที่เป็นระบบที่สนับสนุนต่อการทำงานของขบวนองค์กรชุมชน