3 ตุลาคม 2558 เวทีการพัฒนายกระดับสภาองค์กรชุมชนตำบล สู่ชุมชนท้องถิ่นจัดการตนเอง

นาโพธิ์โมเดล ตำบลที่มีองค์ความรู้หลากหลายจากประสบการณ์จริงพร้อมถ่ายทอดให้กับสภาองค์กรชุมชนต่างๆ แบบเพื่อนช่วยเพื่อน เพื่อผลสำเร็จในอนาคตโดยยกเอาความสำเร็จจากการจัดการเรื่องที่ดินทำกินเพื่อชุมชนที่สามารถอยู่ได้กับรุ่นลูก รุ่นหลาน สืบต่อไป

Napomodel01

วันที่ 3 ตุลาคม 2558 สภาองค์กรชุมชนตำบลนาโพธิ์ร่วมกับขบวนองค์ชุมชน จังหวัดชุมพร ได้จัดกระบวนการเรียนรู้เพื่อศึกษาผลสำเร็จของตำบลนาโพธิ์ ที่ศูนย์ประชุมหมู่บ้าน หมู่ที่ 7 บ้านควนตะล่อม ต.นาโพธิ์ อ.สวี จ.ชุมพร โดยมีสภาองค์กรชุมชนในจังหวัดเข้าร่วมแลกเปลี่ยน

Napomodel03

กำนันวิบูลย์ อุทัย กล่าว ในฐานะเป็นประธานสภาองค์กรชุมชนตำบลนาโพธิ์ กำนันตำบลนาโพธิ์ ได้รับเกียรติให้เป็นพื้นที่เรียนรู้ และแลกเปลี่ยนการเรียนรู้ถึงการทำงานในพื้นที่อย่างไร จดแจ้งสภาองค์กรชุมชนตำบล เมื่อปี 2551 จากกลุ่มองค์กรต่างๆในตำบล ประชุมหารือพูดคุยถึงปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องในตำบล ซึ่งมี 8 หมู่บ้าน เป็นชุมชนกึ่งเมือง ม.5 ม.6 อยู่ในตลาดสวี ในปี 51 ยังไม่ได้ยกฐานะเป็นเทศบาล มีแต่เทศบาลนาโพธิ์ จากนั้นเพิ่งมายกฐานะใน 6 หมู่ และได้ข้อสรุปว่าปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องในตำบลนั้นคือ ปัญหาที่ดินทำกินที่อยู่ในที่สาธารณะประโยชน์ 4 หมู่บ้าน 3,000 กว่าไร ได้มีการประชุมหารือเรียกพี่น้องมาประชุมกันที่นี่ พูดคุยว่าเราจะทำเรื่องที่ดินพี่น้องจะเห็นด้วยหรือไม่ หลายคนเห็นด้วย บางคนที่มีเอกสารสิทธิ์แล้วก็อาจไม่เห็นด้วย ครั้งแรกที่ประชุมก็เป็นการชี้แจงแนวทาง ครั้งแรกอาจไม่สำเร็จ แต่ก็มีการประชุมต่อเนื่อง เมื่อมาถึงจุดหนึ่ง เรียกพี่น้องมาประชุมอีกครั้ง และตั้งคณะกรรมการขึ้นมา ประกอบด้วยผู้ใหญ่ ผู้ช่วย ให้เป็นคณะกรรมการหลัก ได้ทำการสำรวจข้อมูลผู้เดือดร้อน ทำแผนที่ทำมือ หลายแปลง และย้ำในการประชุมเสมอว่าอย่าให้เราขัดแย้งกัน การลงทำแผนที่ใช้เวลาค่อนข้างนาน วันหนึ่ง 4-5 คนลงพื้นที่ทำมือ เมื่อลงทำแผนที่เสร็จก็มาลงทำแผนที่ GIS จากนั้นก็ประชุมชาวบ้านทำความเข้าใจในเรื่องพื้นที่สาธารณะ จนได้ข้อมูลมาเรียบเรียง โดยให้ทางท้องถิ่นทำโครงการขึ้นมา ช่วงนั้นเป็นช่วงที่รัฐบาลมีนโยบายให้แก้ไขปัญหาคนยากจนที่อยู่ในที่ดินสาธารณะ มีพื้นที่ หมู่ที่ 2 หมู่ที่ 4 มีพื้นที่ 700 กว่าไร่ เสร็จพอดี แล้วอำเภอก็เรียกประชุมเพื่อพิจารณาตำบลที่มีพื้นที่สาธารณะประโยชน์ ขณะนั้นเราจัดทำเป็นเล่มแล้วและยื่นเสนอต่อทางอำเภอ อำเภอก็ตอบรับ และให้ทางท้องถิ่นทำโครงการเสนอขึ้นมาผ่านที่ดินอำเภอ ทางอำเภอก็ทำโครงการอีกต่อหนึ่ง และเจ้าหน้าที่ไม่ต้องลงมาสำรวจแล้ว เพราะเราทำข้อมูลไว้แล้ว หน.ที่ดินยังบอกมาว่า เป็นการประหยัดการทำงานของสำนักงานที่ดินด้วย เพราะไม่เช่นนั้น ที่ดินก็ต้องของบประมาณมาทำเอง เมื่ออำเภอตอบรับแต่ก็เป็นที่น่าเสียดายว่าตำบลอื่นๆ ไม่ได้ทำข้อมูลมาเสนอพร้อมๆในคราวเดียวกัน

Napomodel02

ต่อมายุคพรรคประชาธิปัตย์ นายถาวร เสนเนียม มาแจกเอกสารรับรองสิทธิ์ในที่สาธารณะประโยชน์ มีการติดตามจากเจ้าหน้าที่มาประเมินปีละครั้ง พี่น้องก็ได้รับประโยชน์ในส่วนของ หมู่ที่ 2 และ หมู่ที่ 4 ในส่วนของหมู่ที่ 3 ละหมู่ที่ 8 ยังมีเนื้อที่ 300 กว่าไร่ ก็มีงบจากจังหวัดให้มากันแนวเขตพื้นที่ที่ติดต่อกับป่าเขาเขียว โดยเรียกพี่น้องที่บุกรุกมาตกลงกันว่าจะไม่รุกเพิ่ม กันเขตให้เห็นชัดเจนทำเป็นถนน และปลูกต้นไม้ เน้นสร้างความเข้าใจแก่ชาวบ้านไม่ให้บุกรุกเพิ่ม เป็นพื้นที่ที่ยังไม่ได้รับหนังสือรับรองสิทธิ์ จึงยังไม่หยุด และใช้กระบวนการประชุมชาวบ้านให้มากครั้ง และทำข้อมูลผู้เดือดร้อน ทำแผนที่ GIS มาอยู่ตลอด และเริ่มทำ นสล. ประสานเจ้าหน้าที่อำเภอ ประสานคณะทำงานที่ดินจังหวัด นสล.แปลงนี้ 3,000 กว่าไร่ 200 กว่าครัวเรือน ติดกับท่าหิน จึงต้องทำร่วมกับท่าหิน จนเสร็จสิ้น จากนั้นมาทำรายแปลง และได้รับความร่วมมือจากผู้นำ คณะกรรมการหมู่บ้าน ช่วยกันอย่างดี โดยได้งบประมาณจาก พอช. จนผลสำเร็จ หมู่ที่ 3 ละหมู่ที่ 8 พี่น้องได้หนังสือรับรองสิทธิ์กว่า 200 ครัวเรือน ในพื้นที่ 3,000 กว่าไร่ (เป็นหนังสือรับรองชั่วคราว หมายถึง ต้องมาต่อทะเบียนทุกปี ให้คนละไม่เกิน 15 ไร่ บางคนอาจจะได้ 20 ไร่บ้าง) เมื่อปลายเดือนธันวาคมที่ผ่านมา โดยได้รับจากรัฐมนตรี นายสุธี มากบุญ ในการจัดงานรับนั้น โดยใช้พื้นที่สภาองค์กรชุมชนเป็นตัวประสานเชื่อมโยงและขับเคลื่อน เมื่อมีงบลงมาก็มีการทำถนน สร้างแหล่งน้ำ ทำให้ชาวบ้านสามารถขนส่งผลิตผลการเกษตรได้สะดวก

มีการทำป่าชุมชน ผลที่ได้คือ พี่น้องสามารถมีรายได้มาใช้ประโยชน์ได้ เช่น เวลาฝนตก มีเห็ดเสม็ดให้ชาวบ้านได้มีรายได้ปีละหลายครั้ง

สำหรับพี่น้องที่รัฐบาลจะช่วยเกษตรสวนยางไร่ละพันบาท พี่น้องที่อยู่ในหนังสือรับรองฯ ก็ได้รับการชดเชยรายได้เหมือนกับที่มีเอกสารสิทธิ์ในที่ดิน นอกจากนั้น ยังได้ทำเศรษฐกิจชุมชนด้วย คือ มีกองทุนชุมชน ทำปุ๋ยขายชาวบ้าน ทำนาปลอดสาร มีโรงสีข้าวในชุมชน มีการเลี้ยงหมูหลุม การทำน้ำตาลมะพร้าว เป็นการสร้างงานสร้างอาชีพ สร้างรายได้ให้แก่คนในชุมชน

Napomodel04::: นางสาวลิวรรณ ศรีสุทยะคุณ ผู้สื่อข่าวชุมชนจังหวัดชุมพร รายงาน :::